ภูมิภาค

โดย SMARTNEWS ONLINE

21 พ.ย. 2561 12:03 น.

จำนวนการเข้าชม 4,521 ครั้ง

อีกด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ บุกคลินิคแพทย์จักรพงษ์ สถานที่ที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกแพทย์เจ้าของคลินิคล่วงละเมิดทางเพศขณะตรวจภายใน ซึ่งนอกจากตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้ว ยังจำลองสถานการณ์ เพื่อดูว่ามีโอกาสที่จะเกิดการล่วงละเมิดทางเพศภายในห้องได้จริงหรือไม่
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมแพทย์หญิง ของขวัญ ฟูจิตนิรันทร์ แพทย์เวรกรรมของขวัญคลินิกผู้เชี่ยวชาญเรื่องสูตินารี ขณะเข้าตรวจสอบบริเวณห้องตรวจภายใน ของคลินิกนายแพทย์จักรพงษ์ ลีลาพร หมอผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนคนไข้ระหว่างตรวจภายใน ซึ่งเมื่อวานนี้คุณหมอได้เปิดคลินิคให้สื่อมวลชนเข้าไปดูและร่วมตรวจสอบด้วย 

โดยนายอัจฉริยะ ได้มีการจำลองเหตุการณ์กับอุปกรณ์ภายในห้องตรวจ เพื่อดูว่ามีโอกาสที่จะเกิดการล่วงละเมิดทางเพศภายในห้องได้จริงหรือไม่ ซึ่งก็พบว่า มีความเป็นไปได้  โดย นายอัจฉริยะ บอกว่า สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการกอด การจูบ และการล่วงละเมิดทางเพศที่ต้องทำในลักษณะการยืนเท่านั้น ดังนั้นหากบอกว่าไม่ใช่การสมยอม ก็คงทำไม่ได้ แต่คนไข้ผู้เสียหายก็สามารถส่งเสียงขอความช่วยเหลือให้ด้านนอกได้ยินได้เช่นกัน

นายอัจฉริยะ ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า หมอยอมรับว่า ชอบพอส่วนตัวกับผู้หญิงผู้เสียหายอยู่ แม้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่คุยแล้วถูกใจ เพิ่งมาเจอที่นี่ 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งเป็นการมาเพื่อตรวจภายใน ส่วนเรื่องโอนเงิน 3 แสน หมอบอกว่าคนไข้เรียกร้องเงิน จึงโอนเงินไปให้ ไม่คิดว่ามีเรื่องจะบานปลาย ซึ่งตรงนี้ตอบไม่ได้ว่ามีการล่วงละเมิดหรือไม่  ส่วนที่ว่ามีผู้เสียหายถึง 50 คน ยืนยันว่าไม่มีจริง

มีรายงานด้วยว่าตอนลงพื้นที่คลินิคเกิดเหตุการณ์ชุลมุนเล็กน้อย เมื่อนายอัจฉริยะ เดินเข้ามาเผชิญหน้ากับ "หมอสูติ" ที่ถูกกล่าวหาถึงในคลินิก พร้อมปิดห้องขอคุยเป็นการส่วนตัวกัน

และเมื่อวานนี้ก็เป็นครั้งแรก ที่คุณหมอที่ถูกกล่าวหา (นายแพทย์จักรพงษ์)  เปิดใจกับสื่อมวลชน ยืนยันว่า สิ่งที่ทำลงไปเป็นการดูแลคนไข้ด้วยความรัก ไม่ใช่เรื่องชู้สาว และทุกครั้งที่ตรวจคนไข้จะมีผู้ช่วยเข้ามาอยู่ภายในห้องด้วยเป็นปกติ รวมถึงในวันที่มีผู้กล่าวอ้างว่าถูกข่มขืนด้วย ส่วนรายละเอียดในวันเกิดเหตุไม่ขอพูดถึง พร้อมยืนยันว่าทุกครั้งก่อนตรวจจะขออนุญาติคนไข้ทุกครั้ง พร้อมชี้แจงถึงประเด็นเงิน 3 แสนบาทที่โอนให้คนไข้ด้วยตัวเอง

ขณะที่พันตำรวจโทบุญเชิด จันทร์มณี รองผู้กำกับฝ่ายสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง แต่คงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เนื่องจากต้องสอบพยานบุคคลหลายปาก พยานเอกสาร และพยานทางวิทยาศาสตร์อีกจำนวนมาก และข้อมูลเพิ่มเติมที่ทนายผู้เสียหายจะยื่นเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยยืนยันว่าจนถึงขณะนี้มีผู้เสียหายเพียงรายเดียวที่เข้าแจ้งความ ส่วนผู้เสียหายรายอื่นจะสามารถเข้าแจ้งความได้ภายใน 3 เดือนหลังเกิดเหตุ

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.