ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

12 ม.ค. 2561 10:22 น.

จำนวนการเข้าชม 1,697 ครั้ง

กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการขายเครื่องสำอางค์ออนไลน์ หลังมีคลิปรีวิวสินค้าผลิตภัณฑ์ครีมทาก้นขาว ของหญิงสาวคนหนึ่งด้วยการเปิดกางเกงโชว์ก้นให้ดูเต็มๆ เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ชาวเน็ตวิจารณ์ยับถึงความไม่เหมาะสม
ในคลิปสาวสวยรายนี้เปิดกางเกงลง เพื่ออวดแก้มก้นขาวเนียน จากการใช้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงยี่ห้อหนึ่ง แถมยังโชว์การทาครีมและลูบไล้ตามจุดต่างๆของร่างกาย พร้อมบอกสรรพคุณ คลิปนี้ถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

ทีมข่าวทรูโฟร์ยู ติดต่อพูดคุยเปิดใจกับหญิงสาวพรีเซนเตอร์รีวิวสินค้ารายนี้ คือ นางสาวนิษฐกานต์ นันทสุธีพัฒน์ หรือ เฟิร์ส บอกว่า ตอนทำคลิปไม่คิดว่าจะเป็นกระแสมีคนแชร์มากขนาดนี้ เพราะปกติก็ทำคลิปรีวิวสินค้าเป็นประจำอยู่แล้ว และคิดว่า เมื่อครีมใช้ทาตรงไหนของร่างกาย ก็ควรที่จะรีวิวไปตามนั้น เพื่อให้ลูกค้าดูถึงสรรพคุณ สนใจสั่งซื้อ ไม่ได้มีเจตนาลามกอนาจารแต่อย่างใด

ส่วนความเห็นของคนที่เข้ามาคอมเมนท์ต่อว่า ยอมรับว่า แรกๆรู้สึกเครียด เพราะค่อนข้างรุนแรง ทั้งที่เป็นการทำงานของเธอ ที่ทำโดยสุจริต หาเงินมาเลี้ยงครอบครัว พร้อมยกกรณีของเน็ตไอดอลหลายคนแรงกว่าเธออีก แต่กลับไม่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็น แต่ของเธอเพียงต้องการขายของเท่านั้น

คุณเฟิร์ส บอกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนด่า วิพากษ์วิจารณ์ แต่ที่ผ่านมากระแสไม่แรงเท่ากับครั้งนี้ และยืนยันว่า จะยังคงทำต่อไป แต่จะปรับให้ดูน้อยลง ผู้สื่อข่าวก็ถามต่อว่า แล้วเด็กๆที่เข้ามาดูละ จะว่ายังไง ซึ่งคุณเฟิร์ส บอกว่า ฝากขอโทษเด็กๆ พี่ทำไปเพราะพี่ต้องการขายของ อะไรไม่ดีก็อย่าทำตามเป็นตัวอย่าง

ล่าสุด เธอคนนี้มีความผิดในข้อหาเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเธอเองบอกว่า ต้องยอมแลกกันไป เพราะตอนนี้ทั้งคนชอบ และไม่ชอบ เข้ามากดไลค์ แชร์ ติดตามเพจขายของของเธอ เป็นล้านคนแล้ว

ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทนายคู่ใจ กรณีของสาวรีวิวสินค้ารายนี้ ว่า เป็นการทำการตลาดที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะสื่อโซเชียลในปัจจุบันสามารถเข้าถึงเด็กได้ง่าย และอาจกลายเป็นการชี้นำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) คือ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยทนายรณรงค์ยังเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.