ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

24 เม.ย. 2562 11:54 น.

จำนวนการเข้าชม 1,274 ครั้ง

กกต.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นสื่อสารมวลชน บริษัท วี-ลัค มีเดีย มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เจ้าตัวสามารถชี้แจงได้ภายใน 7 วัน
นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต. ได้พิจารณาคำร้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลำดับที่ 1 เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42(3) อันเป็นกระทําการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง


โดยคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว พบหลักฐานเบื้องต้นฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จํากัด ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ จํานวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้นตั้งแต่ 1350001 ถึง 2025000 กกต .พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีมูล จึงมีมติแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายธนาธร ซึ่งนายธนาธรมีสิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำหรือมีหนังสือชี้แจงพยานหลักฐานแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วันหลังได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา

ส่วน นายธนาธร จะเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ ต้องดูที่ตัวบทกฎหมายเป็นหลัก เพราะมีเรื่องเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติ ขณะนี้ข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวถือว่ายังไม่ได้ข้อยุติ จึงต้องมาดูลักษณะว่าผิดกฎหมายใดและมาตราใด พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นว่ากรณีดังกล่าวจะให้ใบส้มหรือไม่เพราะขึ้นอยู่กับเงื่อนเวลา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางเข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมกับ กกต. เป็นรอบที่ 3 ให้ไต่สวน ตรวจสอบ และวินิจฉัย เพื่อส่งให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายธนาธร จากกรณีถือครองหุ้นสื่อสารมวลชน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด

โดยคราวนี้เป็นหลักฐานใหม่จากการจับพิรุธการแถลงข่าวของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ 2 เรื่อง คือ การหาเดินทางกลับจากบุรีรัมย์ หลังเสร็จสิ้นการหาเสียงของนายธนาธร เมื่อวันที่ 8 มกราคม ช่วงเช้า เพื่อเซ็นโอนหุ้นที่ กรุงเทพมหานครช่วงบ่าย ที่มีการนำหลักฐานใบเสร็จอีซี่พาส เวลา 14.57 น. ซึ่งการเดินทางจากบุรีรัมย์มายังกรุงเทพฯ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ชั่วโมง หลักฐานที่นำมากล่าวอ้างจึงไม่สมเหตุสมผล และไม่มีตรรกะรองรับ อาจเข้าข่ายการสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อแก้ต่างข้อกล่าวหา รวมถึง การโอนหุ้นไปมาระหว่างภรรยาของนายธนาธรไปให้กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของนายธนาธร และโอนต่อไปให้หลาน 2 คน แล้วโอนกลับมาให้แม่ของนายธนาธรอีกครั้ง ก่อนปิดบริษัท แต่บริษัทมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ 10 ล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายประมวลรัษฎากร การจะแทงหนี้ให้เป็นสูญ ต้องฟ้องคดีต่อศาล และให้ผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองจึงจะสามารถหักกลบลบหนี้ได้ หากไม่ดำเนินการตามขั้นตอน อาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินได้ จึงนำหลักฐานข้อพิรุธทั้ง 2 ประเด็นมาเสนอให้กกต. พิจารณาด้วย

ส่วนความเคลื่อนไหวของ นายธนาธร มีรายงานว่า เจ้าตัวซึ่งอยู่ระหว่างเดินไปต่างประเทศ หลังทราบมติ กกต. ก็เร่งเดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดว่าจะกลับมาถึงในวันที่ 25 เมษายน เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหา
ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.